Category Archives: ทัวร์ยุโรป

ทัวร์ยุโรป กับ อาหารยุโรปน่ารู้

ทัวร์ยุโรป กับ อาหารยุโรปน่ารู้

อาหารตามมื้อสากลของชาวยุโรป

ตามปกติแล้ว ยุโรปนั้นรับประทานอาหาร 6 มื้อ โดยจะมีมื้อหลัก 3 มื้อ เช่นเดียวกับบ้านเรา และมีมื้อย่อยๆคล้ายๆของว่างอีก 3 มื้อ ได้แก่ มื้อเช้า , มื้อว่างเช้า , มื้อกลางวัน , มื้อว่างบ่าย , มื้อเย็น , มื้อค่ำ

ตามปกติแล้ว คนยุโรปทานอาหารเช้าน้อย เบาๆ เช่น สลัด ซีเรียลใส่นม  และอาจจะมีขนมปัง เนย แยม น้ำผึ้ง น้ำผลไม้เช่น น้ำส้ม น้ำสัปปะรด น้ำแอปเปิล นมสด หรือกาแฟร้อนๆ  เวลาประมาณ 7-9 โมง คล้ายๆอเมริกัน Breakfast ที่เรารับประทานตามโรงแรมทั่วๆไป  ที่บริษัททัวร์ยุโรป จองที่พักแล้วจะมีอาหารเช้าแถมมาด้วย

อาหารมื้อเช้ายังแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภทด้วยกัน ไข่ , เนื้อสัตว์ , ขนมปัง , ซีเรียล , ผักสลัด , เครื่องดื่มและน้ำผลไม้

อาหารมื้อเช้าประเภทไข่ มีดังนี้

  • ไข่ลวก (Soft and Hard boiled eggs)
  • ไข่คน (Scramble eggs)
  • ไข่เจียว (Omelet)

ประเภทเนื้อสัตว์ ได้แก่

  • แฮมรมควัน
  • ไส้กรอก และ เบคอน
  • ไก่อบ

อาหารประเภทขนมปัง

  • ขนมปังปิ้ง (Toast)
  • ขนมปังหวาน (Sweet Roll)
  • ครัวซอง (Croissant)
  • แพนเค้ก (Pancake)
  • วัฟเฟิล (Waffle)

โดยทั่วไปขนมปังจะเข้าเครื่องปิ้งเอง และทาด้วยเนย มาการีน หรือ แยมสตรอเบอรี่ แยมส้ม

ซีเรียล (Cereal) ได้แก่

  • คอนเฟ็ลค ใส่นม หรือ พวก Musile
  • ข้าวโอ๊ด
  • ธัญพืชสำเร็จรูป

อาหารประเภทผักสลัด

  • สลัดบาร์ ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ, แตงกวา, หอมใหญ่, มันฝรั่ง,กะหล่ำปลีม่วง, ฟักทอง , มันต้ม

อาหารประเภทเครื่องดื่มและน้ำผลไม้

  • กาแฟ
  • นมสด
  • ชา
  • โกโก้
  • น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำแอปเปิล น้ำสัปปะรด

อาหารมื้อกลางวัน

เป็นอาหารแบบเบาๆ ง่ายๆ และรวดเร็วคล้ายๆ ฟาสต์ฟู้ด  ส่วนมากเป็นอาหารคาว 2 จานแล้วต่อด้วยของหวาน ชา หรือ กาแฟสัก 1 ถ้วย เพราะมีเวลารับประทานไม่มากนักคื อาหารมื้อกลางวันของยุโรป อเมริกัน และอังกฤษ ก็จะมีเวลาแตกต่างกันออกไปอีก คือยุโรปเริ่มเวลา 12.00 น. แต่ถ้าเป็นอเมริกันหรืออังกฤษ จะเริ่มรับประทานเวลา 13.00 น. – 14.00 น. แต่โดยมากสำหรับบริษัททัวร์ยุโรป ก็จะรับประทานช่วง เกือบบ่ายโมงตามที่ร้านอาหารจัดไว้ให้

ประเภทของอาหารมื้อกลางวัน

ประเภทที่ 1 คือ อาหารจานเดียว (One Course) หมายถึง อาหารคาวอย่างเดียว เช่น เช่น ไก่, เนื้อ, หมู, ปลา อาจจะมีสลัดเป็นเครื่องเคียงประกอบ

ประเภทที่ 2 อาหารสองจาน (Two Course)

เป็นอาหารคาว 2 จาน จานแรกจะเป็นอาหารเบา ๆ เช่น อาหารทะเลหรือซุป ส่วนจานที่ 2 จะเป็นอาหารหนัก เช่น สเต็ก สปาเกตตี้ และมีสลัดประกอบ

ประเภทที่3 เป็น อาหารสามจาน (Three Course)เป็น อาหารที่เป็นประเภทอาหารคาว 3 จาน จานแรกเป็นออร์เดิร์ฟหรือซุป จานที่ 2 เป็นอาหารทะเล จานที่ 3 เป็นอาหารหลัก (Main Course) ประเภทเนื้อไก่ หมู และผักสลัดเป็นเครื่องเคียง

อาหารมื้อบ่าย

ชาวอังกฤษเมื่อตกนิยมดื่มชา เรียกว่า Afternoon Tea ประเภทของชาที่ชาวอังกฤษนิยมดื่มกันมีหลายชนิด เช่น Earl Grey, Camomile, เป็นต้น

ประเภทของอาหารมื้อว่าง

อาหารว่างของชาวตะวันตกมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ

  1. อาหารว่างเช้า (Brunch) เป็นอาหารมื้อที่อยู่ระหว่างอาหารเช้าและอาหารกลางวัน Brunch มาจากคำว่า Breakfast กับคำว่า Lunch รวมกัน ส่วนใหญ่จะรับประทานในเวลา 09.30 – 10.00 น. นิยมรับประทานกันในวันพักผ่อนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้า
  2. อาหารว่างบ่าย (Afternoon Tea) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

ประเภท Afternoon Tea เป็นชายามบ่ายเสิร์ฟในช่วงบ่ายหรือระหว่างพักการประชุมสัมนาต่าง ๆ ซึ่งจะเสิร์ฟเวลาประมาณ 15.00 น. – 17.00 น. อาหารที่นิยมนำมาจัดเป็น Coffee Break มักเป็นขนมหวาน ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ พาย ครัวซอง หรืออาจจะเป็นอาหารคาว หรือจะจัดรวมกันเป็นอาหารคาวและอาหารหวานก็ได้เสิร์ฟคู่ไปกับน้ำผลไม้เย็น ๆ หรือเครื่องดื่มร้อนหวาน เป็นต้น

ส่วนชาประเภท High Tea เป็นอาหารว่างบ่ายอีกประเภทหนึ่งที่มีความแตกต่างจาก Afternoon Tea คือ จะเป็นอาหารที่หนักท้องกว่า เช่น พวกสลัดเนื้อสัตว์ หรือ แซนด์วิช และช่วงเวลาที่รับประทาน มักจะเป็นช่วงที่ต้องรออะไรสักอย่าง เช่น รอดูหนัง

อาหารมื้อเย็น

คนที่ไปทัวร์ยุโป ทุกคนมักรอคอยมื้อนี้มากที่สุด เพราะนั่งรถเดินทางมาทั้งวันเหน็ดเหนื่อยและหิวได้ที่ คนยุโรปถือว่าอาหารเย็นนั้น เป็นมื้อที่หนักที่สุดเพราะเต็มไปด้วยอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ มีอาหารหลายอย่างซึ่งทยอยเสิร์ฟ มีการรับประทานเป็นขั้นเป็นตอน และมีเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอลล์ เรียกเพราะเป็นช่วงเวลาทานอาหารแบบสบายๆหลังเลิกงาน ไม่มีเวลาจำกัด ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป

มักเสิร์ฟเป็นลำดับๆ ได้แก่

1.อาหารเรียกน้ำย่อย(Appetizers)

เป็นอาหารที่ใช้เรียกน้ำย่อย อาจจะมีรสจืด หรือรสจัด ขนาดชิ้นพอคำ เสิร์ฟในปริมาณไม่มากนัก บางครั้งก็มาในรูปแบบขนมปังก้อนชิ้นเล็กๆ

  1. ซุป (Soup)

หลังจากอาหารจานแรกผ่านไป อาหารจานที่ 2 ซึ่งจะมีทั้งซุปข้นและซุปใส (Thick Soup /Clear Soup) เสิร์ฟให้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไป และต้องเสิร์ฟขณะซุปยังร้อน เช่น ซุปเห็ด ซุปข้าวโพด ซุปฟักทอง  นอกจากนี้ ในบางภัตตาคาร ใส่ต้มยำกุ้งมาเป็นซุปอีกด้วย

  1. อาหารจานรอง (Entree)

เป็นอาหารชิ้นเล็กๆ ทำจากอาหารทะเลประเภทปลาหรือกุ้ง หอยเชลล์ เสิร์ฟปริมาณน้อย นิยมเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย

  1. อาหารจานหลัก (Main Course)

เป็นอาหารจานใหญ่หลัก ประกอบเนื้อสัตว์เป็นหลัก มีผักสดประกอบ เช่น สเต็ก  คู่กับซอสให้สามารถราดได้เองตามใจชอบ นิยมเสิร์ฟกับไวน์ขาวหรือไวน์แดง สำหรับคนที่ชอบดื่มแอลกอฮอลล์

  1. ของหวานและเครื่องดื่ม (Desert)

เป็นจานสุดท้ายปิดท้ายเพื่อล้างปาก  เป็นของหวานหลังอาหารอาจเป็นเค้ก ไอศกรีม พุดดิ้ง ทิรามิสุ หรือผลไม้ ตามด้วยกาแฟหลังสุด แต่หากดึกไปกลัวนอนไม่หลับ ก็ไม่ต้องทานก็ได้

ทุกคนที่ไปทัวร์ยุโรป เชื่อว่าต้องได้สัมผัสวัฒนธรรมยุโรปแบบนี้แน่นอน อย่ารอช้า รีบจัดกระเป๋าแล้วไปกันเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก “ Unity2000Tour ”

ทัวร์ยุโรป แนะนำประเทศหน้าเที่ยว

แนะนำ ทัวร์ต่างประเทศ 2559 หน้าเที่ยว ในการไป ทัวร์ยุโรป

ยุโรป เป็นทวีปที่เป็นแหล่งอารยธรรมของโลก มี landscape ทัศนียภาพ ที่สวยงาม ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ และยังอนุรักษ์เป็นอย่างดี  และเป็นทวีปที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษามากแห่งหนึ่งของโลก และแตกเป็นประเทศเล็ก ประเทศน้อยเป็นจำนวนมาก ทัวร์ยุโรป จะมีประเทศไหนน่าเที่ยวบ้างนั้นมาดูกันดีกว่า ใน 10 อันดับ

  1. ปราก (Praque) สาธารณรัฐเชค เชค แต่เดิมนั้นเป็นประเทศรวมกับสโลวัก ชื่อว่า เชคโกสโลวัเกีย  ต่อมาได้แยกออกมาเป็นสาธารณรัฐ   กรุงปรากเป็นเมืองที่มีความสวยงาม มีสถาปัตยกรรม โบสถ์ ที่มีผนังอันงดงาม บ้านเมืองค่อนข้างสงบ และมีเสียงระฆังกังวาน ราวกับหลุดมาจากโลกนิทาน เช่น ซินเดอเรลลา เป็นเมืองที่มีอิทธิผลของศาสนาคริสต์สูง จึงมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ในโบสถ์  ล้วนแต่มีภาพวาด จิตรกรรมที่สวยงาม วิจิตอลังการ   นอกจากนี้สถานที่เที่ยวในกรุงปราก ยังมีสถานที่พักผ่อนเช่น จตุรัสเมืองที่มีร้านค้า คนเดินขวักไขว่ คุณอาจจะชอบจิบกาแฟ และนั่งนิ่งๆบนอากาศสบายๆ มีนกพิราบบินผ่านไปมา  หากใครชอบเพลงคลาสสิค ก็ยังมีโรงละครโอเปร่า และโรงหนังอีกมากมายให้เข้าชม
  2. โปแลนด์ โปแลนด์ ตั้งอยู่ติดกับฝรั่งเศส และเป็นประเทศเป็นกลางในสงครามโลกทุกสมัย แต่ก็ถูกเยอรมันบุกเสียทุกครั้ง จึงขึ้นชื่อว่า ‘ฉนวน’ โปแลนด์ ประเทศโปแลนด์ มีเมืองหลวงชื่อ กรากุฟ   เมืองโปแลนด์ เต็มด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม สองข้างทางถนนหนทาง ประกอบไปด้วย สถาปัตยกรรมหินอ่อน บ้าน วิหาร ปราสาท หอนาฬิกาที่สวยงาม จนนักท่องเที่ยวปรารถนามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก
  3. บรูจส์ เบลเยี่ยม เบลเยี่ยม ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สงบสุข และน่าอยู่อันดับต้นๆของโลก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีรัฐสวัสดิการดี ความเป็นอยู่ของประชาชนค่อนข้างดี  มีรถม้า และมีความเป็นอนุรักษ์นิยมสูง ของสถานที่ ประติมากรรม  บ้านเมืองค่อนข้างย้อนยุค และสามารถไปเที่ยวได้ด้วยการเดินรอบๆเมือง หรือนั่งรถม้าไป
  4. อิตาลี  กรุงโรม ประเทศอิตาลี นับว่าเป็นเมืองหลวงของอิตาลี ซึ่งข้างในมีมหานครวาติกัน อันเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน คาทอลิก ในโรมนั้น มีสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ มหาวิหาร โรงละคร โคลอสเซียม โบราณสถาน ประตูชัย และ น้ำพุเทรวี่ ที่มีความสวยงามทางศิลปะ สไตล์โรมัน  ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมเจลาโต ซึ่ง ต้องไปให้ได้หากมาที่นี่  นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหลายแห่ง ได้แก่  หอเอนเมืองปีซา
  5. เวียนนา ออสเตรีย  เวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เป็นเมืองที่เก่าแก่ และเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิออสเตรียฮังการี  มีความเก่าแก่ และบ้านเมืองสงบ เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง ‘The Sound of Music’ และมีหมู่บ้านที่เป็นบ้านเกิดของ Mozart   นักประพันธ์เพลงคลาสสิคชื่อดังนั่นเอง ไปทัวร์ยุโรป นอกจากนี้ เวียนนา ยังมีโรงละครโอเปร่า  ให้คนที่ชอบฟังเพลงคลาสสิคเข้าไปฟังได้อีกด้วย
  6. ซาน เซบาสเตียน สเปน เมืองซาน เซบาสเตียน เป็นเมืองที่ร่ำลือว่าเป็นเมืองที่อาหารอร่อยที่สุดของทัวร์ยุโรป  ในเมืองจะมีแต่ร้านอาหารให้เลือกมากมาย และเป็นเมืองที่ติดทะเล ดังนั้น จึงหาสถานที่ชิลๆริมชายหาดได้สบาย
  7. ซาร์ลเบิรกซ์ ออสเตรีย เป็นเมืองบ้านเกิดของโมสาร์ท และยังมีติดภูเขาใหญ่ เป็นเมืองที่มีความเป็นยุโรปยุคกลางอยู่มาก เพราะยังไม่มีตึกใหญ่ หรืออะไรที่หรูหราฟู่ฟ่ามากนัก เป็นเมืองอนุรักษ์ความเป็นยุโรปไว้ ทั้งบ้าน อาราม โบสถ์ วิหารอันสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง
  8. บุดดาเบสต์ ฮังการี  เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี  แต่เดิมนั้น ฮังการีกับออสเตรีย เป็นประเทศเดียวกัน คือ จักรวรรดิ ออสเตรีย-ฮังการี  ภายหลังสงครามโลกที่ 2 ได้แยกตัวออกมาเป็นประเทศฮังการี  มีภูเขาสลับซับซ้อนอยู่มาก เป็นเมืองที่ยังคงความเป็นยุโรป   ตึกรามบ้านช่อง อาคารรัฐสภาก็ยังเป็นแบบยุคกลาง คล้ายๆพระราชวังดุสิตในกรุงเทพ เหมาะแก่การมาเที่ยว ทัวร์ยุโรป พักผ่อน และรับประทานอาหารอร่อยๆอีกด้วย
  9. ฟลอเรนซ์ อิตาลี   เมืองแห่งศิลปะ ในประเทศอิตาลี เป็นสวรรค์ของผู้ที่เรียนสาขาศิลปศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้าน สถาปัตยกรรม และ จิตรกรรม เพราะเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม วิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมี ที่ตั้งของรูปปั้นที่ขึ้นชื่อของโลกคือ ‘เดวิด’ ซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด  นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวในตัวเมือง เดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเพื่อถ่ายภาพวิวรอบๆได้อีกด้วย
  10. ปารีส ฝรั่งเศส  ฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่สะสมผลงานทางศิลปะมากที่สุดในโลก มีสถานที่เที่ยวทั้งแบบยุคกลาง และ แฟชั่นทันสมัย ผสมผสานกัน  คุณสามารถเที่ยวที่หอไอเฟล  พิพิฑภัณฑ์ลูฟ  ข้างในมีรูปวาดชื่อดังของ ลีโอนาโด ดาร์วินชีอีกด้วย  นอกจากนี้หากใครชอบช็อปปิ้ง ยังมี ตลาด ฌองเซลีเซ่  ห้างร้านสินค้าแบรนด์เนม และสามารถขับรถชมเมือง ถนนประตูชัย โบสถ์มารีแมกดาลีน และ โรงละครโอเปร่า ให้เยี่ยมชมมากมาย เรียกได้ว่า ปารีสมีครบทุกรสชาติในเมืองเดียว ในการไป ทัวร์ยุโรป

วิธีเลือกและเตรียมตัวในการซื้อ โปรแกรมทัวร์ยุโรป

ทัวร์ต่างประเทศ 2559 วิธีเลือกและเตรียมตัวในการซื้อ โปรแกรมทัวร์ยุโรป

  1. อย่าไป ทัวร์ยุโรป ที่ไปหลายประเทศติดๆกันมากเกินไป เพราะคุณจะไม่มีเวลาพักเลย เช่น 7 วัน 5 ประเทศ อาจจะทำให้คุณต้องเสียเวลาไปกับการนั่งรถอย่างเดียว
  2. แลกเงินให้พร้อม ดูหน่วยประเทศที่ไปดีๆ โดยเฉพาะ ฟรังค์สวิส  เหรียญควรใช้ให้หมด เพราะจะไม่สามารถแลกคืน ยกเว้นคุณต้องการมาเที่ยวซ้ำ หรือ เก็บไว้ที่ระลึก
  3. ควรตรวจดูสภาพอากาศดีๆ อาจจะใช้ app บน Smartphone ก็ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ Appพยากรณ์อากาศมีความแม่นยำพอสมควร ซึ่งเราก็จะได้เตรียม เสื้อกันหนาว ร่ม หรือเสื้อฝน ไปให้พร้อม
  4. ตรงต่อเวลา การไปทัวร์ต่างประเทศมักจะไปเป็นคณะ บางครั้งทางทัวร์จะปล่อยอิสระให้สามารถไปช๊อปปิ้งหรือไปแวะยังจุดต่างๆบ้าง หากทางทัวร์กำหนดเวลานัดพบ กรุณาตรงต่อเวลาเพราะถ้าเราช้า จะช้าทั้งทัวร์

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อ โปรแกรมทัวร์ยุโรป นะครับ